/ Top Hits / 7 คาเฟ่ ต้องไป ของ เขาใหญ่ วังน้ำเขียว 2020

7 คาเฟ่ ต้องไป ของ เขาใหญ่ วังน้ำเขียว 2020

วังน้ำเขียวได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนบริสุทธิ์คุณภาพที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพมากๆ เรียกได้ว่าที่เที่ยวธรรมชาติต่างๆเลื่องชื่อสุดๆ แถมอากาศยังดีตลอดทั้งปี แล้วไม่หมดแค่นั้นนะคะ เรื่องคาเฟ่ของที่นี่เค้าก็มีทั้งความเก๋และชิคไม่แพ้ที่ไหนๆ ทั้งดีไซน์และวิวบอกเลยว่าราคาหลักร้อยแต่วิวนี่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม มาเลยค่ะ มาอัพเดทคาเฟ่ใหม่ๆคูลๆกัน บอกเลยว่ามาแล้วมีแต่ความฟินชัวร์ๆ

 

1. โรงคั่วกาแฟ – CoffRoaster

คาเฟ่ริมทะเลสาบ สไตล์โรงนาท่ามกลางวิวทุ่งนาและธรรมชาติแบบแน่นๆ บอกเลยว่าทีเด็ดที่ขาดไม่ได้ก็คือกาแฟนี่เองค่ะ ยิ่งถ้าได้ลองกาแฟดริปที่มาจากเมล็ดกาแฟชั้นดีที่คั่วสดๆใหม่ๆแบบเข้มกำลังดี พร้อมกรรมวิธีดริปแบบชิคๆที่พาให้รสชาติออกมาละมุนกลมกล่อมอย่างมีเอกลักษณ์ ยิ่งถ้าได้นั่งจิบกาแฟโซนริมน้ำพร้อมลมโชยเย็นๆหรือจะนั่งจิบริมทุ่งนาเขียวชอุ่มรับรองว่าฟินลืมเวลากันเลยทีเดียว

เวลาทำการ

วันจันทร์ – วันศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 น.

วันเสาร์ – เปิดตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:30 น.

วันอาทิตย์  – เปิดตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

 

ที่ตั้ง: 185 หมู่ 11 ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370

 

 

 

 

2. SUNSET LAGOON

SUNSET LAGOON – ซันเซ็ท ลากูน คาเฟ่ดีไซน์สไตล์คอทเทจติดริมทะเลสาบ ตรงข้ามกับโรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียว ที่ด้านในตกแต่งเน้นโทนอบอุ่นๆทั้งโทนสีและองค์ประกอบการตกแต่งต่างๆมองแล้วลงตัวมากๆ มองไปด้านนอกยังมีสวนสวยสไตล์อังกฤษให้ได้ไปจิบชาแกล้มขนมเก๋ๆ หรือจะไปนั่งที่โซนติดริมทะเลสาบบรรยากาศแบบโอเพ่นแอร์ที่จะได้สัมผัสกับวิวธรรมชาติแบบเน้นๆนี่ก็เก๋ไม่หยอกเชียวค่ะ

เวลาทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:00 น.

วันหยุด

ไม่มีวันหยุด

 

 

 

3. คาโนนะคาเฟ่ แฟ ฟิน ฟาร์ม

คาเฟ่เปิดใหม่ สไตล์ญี่ปุ่นที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและป่าไผ่ เรียกได้ว่าเหมือนยกเอาเมืองเกียวโตมายังวังน้ำเขียวในเวอร์ชั่นบ้านทุ่งหน่อยๆแบบพอดิบพอดีเลยล่ะค่ะ มุมถ่ายรูปนี่อย่างเยอะ จะสะพานแดง ป่าไผ่ที่ให้บรรยากาศชิลๆคนไม่แน่นเท่าญี่ปุ่น ยิ่งได้ใส่ชุดยูกาตะพร้อมเกี๊ยะเดินถ่ายรัวไปตามมุมต่างๆนี่ยิ่งอิน แถมเขายังจะมีเมนูเครื่องดื่ม ขนมของว่าง และอาหารหนักท้องอยางอาหารไทยหรือญี่ปุ่นให้เลือกชิมตามใจชอบอีกด้วย

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

วันหยุด

ไม่มีวันหยุด

 

 

 

4. Mom ’s Cottage

คาเฟ่สไตล์อิงลิชคอทเทจที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจ ท่ามกลางสวนดอกไม้ตามฤดูกาลและวิวธรรมชาติโล่งๆ เมื่อเดินเข้ามาแล้วเหมือนหลุดเข้ามายังบ้านชนบทของอังกฤษที่มีทั้งความเก๋และความคลาสสิคในเวลาเดียวกัน ยิ่งมีสวนดอกไม้งามๆที่ช่วงปลายๆปีนี่พากันเบ่งบานแข่งกันอวดโฉมแบบไม่มีน้อยหน้ากัน เรื่องมุมถ่ายรูปนี่เยอะแยะมากมาย และที่สำคัญสามารถพาน้องหมามาเที่ยวได้ด้วยนะคะ

เวลาทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

วันหยุด

ไม่มีวันหยุด

 

 

 

5. BLISS TIME CAFE

คาเฟ่เล็กๆสไตล์เรือนกระจกที่วิวนี่งามหลักล้าน ด้วยดีไซน์แบบเรือนกระจกทำให้ทางร้านมีความโปร่งโล่ง แล้วมีการเพิ่มความอบอุ่นจากการตกแต่งให้มีกลิ่นอายความวินเทจจางๆ แต่ที่เป็นทีเด็ดต้องบริเวณหลังร้านที่เป็นระเบียงพร้อมวิวทิวทัศน์ของขุนเขาแบบพาโนราม่า คิดดูว่าถ้าได้จิบกาแฟร้อนๆท่ามกลางวิวที่บอกได้เลยว่างามระดับล้านจะดีงามขนาดไหน

เวลาทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 20:00 น.

วันหยุด

ไม่มีวันหยุด

 

 

 

6. THE Y2F Coffee House

คาเฟ่สไตล์นอร์ดิกกลิ่นอายบ้านนาที่มีการตกแต่งด้านในสไตล์ลอฟท์ที่เพิ่มเอาความคูลและเรียบเก๋ เรียกได้ว่ามองมาแล้วแอบสะดุดตาเบาๆกับคาเฟ่ที่ดีไซน์แบบโรงนาและสีพาให้เพิ่มความชิคคูล พร้อมเมนูกาแฟและเครื่องดื่มอีกเพียบ แล้วถ้าอินกับบรรยากาศแบบฟินๆก็มีส่วนของที่พักให้ฟินกันต่อยาวๆได้อีกด้วย

เวลาทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:30 – 17:00 น.

วันหยุด

ไม่มีวันหยุด

 

 

7.  22°C Cafe – ร้านกาแฟ 22 องศา ความโมเดิร์นบนเนินเขา

Photo from facebook.com/22C-Cafe

ภายนอกร้าน เมื่อมองเข้าไปเหมือนส่วนผสมที่ลงตัวของบ้านพักตากอากาศที่เห็นทิวมะพร้าว บ้านบนเนิน สนามหญ้าและไม้ประดับเขียวขจี เรือนกระจก ส่วนที่อยู่ข้างๆ จะใกล้เคียงกับเรือนกล้วยไม้ เพราะมีสร้างในสไตล์หลังคาสูงโปร่ง เหมือนคลุมด้วยซันแลนด์ เสาใช้ไม้ไผ่หลายต้นมารวมกัน โชว์ความสูงเหนือหลังคา ดูเป็นศิลปะที่ไม่ใช่บรรจงประดิษ ส่วนรอบด้านสิ่งก่อสร้างส่วนนี้ เป็นที่เปิดโล่งรับอากาศตลอด

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน : 09:00 – 17:00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด