Site icon Go Out ไปเที่ยวกันเถอะ

21 แหล่งท่องเที่ยวไม่ไปไม่ได้แล้วของเมืองราชบุรี

หากพูดถึงเมืองน่าเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก มั่นใจเลยว่าจังหวัดราชบุรีนี่ต้องติดอันดับท็อปๆในใจของหลายๆคนอย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ นั่นก็เพราะด้วยความที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างหลากหลาย แถมยังจะมีทั้งธรรมชาติงามๆและยังมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมอยู่มาก บอกมาว่าถ้ามาแล้วจะฟินอินไปอีกนาน

 

1. Dogin

สวนสวรรค์ของสาวกคนรักเจ้าหมาตัวโตใจดีทางหลายมาแล้วใจละลายกันไปเป็นแถบๆ เค้าไม่ได้เป็นแค่คาเฟ่แบบหลายๆที่ที่เราคุ้นเคยกันนะคะ แต่มากันเป็นสวนกว้างๆแบบให้ชมกันจุใจไปเลย พอเค้าไปซื้อตั๋วที่คาเฟ่ปุ๊บก็กันไปยาวๆ โดยเค้าจะมีเจ้าหน้าพาเราไปชมเจ้าตัวทั้งหลาย พร้อมบอกสายพันธ์อะไรมีนิสัยยังไง ซึ่งจะมีมากมายหลายสายพันธ์ไม่ว่าจะเป็น Newfoundland, Alaskan Malamute, Samoyed, Neapolitan Mastiff และTibetan Mastiff มีทั้งโซนบ้านให้ได้เดินไปทำคามรู้จักกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะไปฟินกันต่อกับห้องเล่นแบบแอร์เย็นฉ่ำ ที่จะมีน้องๆคอยมาเล่นมานั่งแอ็คให้ถ่ายรูป แคฟัดอาจยังไม่พอยังจะมีกิจกรรมจูงน้องไปเดินเล่นด้วยนะคะ เราสามารถเลือกน้องที่เราเอ็นดูมากเป็นพิเศษแล้วพาไปจูงบริเวณสวนหญ้ารอบ ภายใต้การดูแลอยู่อย่างดีของเจ้าหน้าที่ จะมีคุม 1 ตัวต่อ 1 คนแบบแน่นๆ เอาแบบให้จุใจกับเหล่าเจ้าตัวโตใจดีที่น่ารักแสนรู้มากๆ มั่นใจมากว่าถ้าเป็นคนชอบสายพันธ์ยักษ์มีต้องมนตร์จนอยากขนกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอดกันเชียวค่ะงานนี้

พิกัด : ถนนทางหลวงหมายเลข 4068 อยู่เลยภูผาผึ้งรีสอร์ทมาประมาณ 650 เมตร อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันพฤหัสบดี – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10:00 – 19:00 น.

 

 

2. บ้านโป่งวันวาน

ด้วยความหลงใหลในของเก่าเจ้าของจึงได้เก็บสะสมมานานหลายสิบปีมีจำนวนมากกว่า 10,000 ชิ้น เข้ามาแล้วเหมือนได้หลงเข้าไปในยุค 80 อะไรประมาณนั้นเชียวค่ะ บรรยากาศมันได้มากๆ อีกทั้งยังมีความสวนร่มรื่นเบาๆ แถมไม่ใช่เล็กๆเลยนะคะเพราะพื้นที่เค้ามีถึง 3 ไร่ โดยมีการแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โซนตลาดห้องแถวเก่าบ้านโป่ง 2 ชั้น โซนร้านอาหารสไตล์โบราณ ลานสวนพักผ่อน และโซนลานบ้านกลางน้ำสไตล์เรือนไทย บอกเลยว่าแต่ละโซนเค้ามีทีเด็ดน่าเดินไม่แพ้กันนะคะ มีทั้งปั๊มโบราณสมัยก่อนโน้น โรงรับจำนำแบบเก่าแก่ที่มันเก๋ตรงของจริงที่เอามาจำนำสมัย 60 กว่าปีที่ผ่านมามาจัดแสดงและจำลองบรรยากาศให้ได้อินกัน แม้กระทั่งธนาคารนครหลวงที่ตอนนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้วก็มีนะเออ นั่นก็เพราะเจ้าของเค้าเคยทำงานธนาคารแห่งนี้มาก่อน เลยจัดขึ้นเพื่อรำลึกความหลังให้คนได้เห็นเหมือนเราย้อนไปหลายสิบปีที่แล้วเลยค่ะ ขอบอกว่าเค้ายังมีอีกเพียบให้เราได้ร่วมย้อนวันวานกันไป เรียกได้ว่ารวมเกือบทุกสิ่งได้ดีงามสมสโลแกนที่ว่า “เปิปข้าว ยลของเก่า เล่าความหลัง” ซึ่งทุกสิ่งจัดได้ลงตัวแบบเป๊ะปังอย่างแรง ใครอยากมาย้อนวัยย้อนเวลาจัดมาอย่าให้เสีย

พิกัด : ถนนเลียบเมืองบ้านโป่ง 323 เลี้ยวเข้าไปในซอยที่มีปากซอยเป็นร้านที่นี่บ้านโป่ง @Banpong อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น. (หยุดทุกวันพฤหัสบดี)

 

 

3. ตลาดด่านขนอน

ตลาดนวัตวถีแนวชาวบ้านๆ โดยส่วนมากพ่อค้าแม่ค้าก็เป็นคนในชุมนั้นแถบนี้ที่เอาพืชผักผลไม้ และอาหารท้องถิ่นมาขาย ที่น่ารักมากๆก็ตรงเค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ภาชนะใส่อาหารต่างๆที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเน้นๆ ร้านค้าก็สร้างแบบง่ายๆด้วยไผ่กับฟางดูให้อารมณ์ชาวบ้านเข้าไปอีก ด้วยความที่ตั้งอยู่ภายในวัดขนอนที่เป็นวัดมอญ สถาปัตยกรรมการสร้างก็จะมีความมอญซ่อนอยู่ให้เห็นกันเต็มไปหมด แถมยังจะมีการแสดงหนังใหญ่ที่นับวันยิ่งหาดูได้ยากให้เราชมด้วยนะคะ อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ที่เป็นเรือนไทยโบราณ ภายในมีจัดแสดงแผ่นหนังใหญ่เก่าแก่อันทรงคุณค่าให้เราได้ดูแต่ตามืออย่าต้อง เพราะมันเก่าแก่หายากมากแล้วจริงๆค่ะ ยิ่งเด็กๆน่าจะชอบเจ้ากล่องดนตรีหนังใหญ่ที่หยอดเหรียญปุ๊บก็จะเน้นหนังใหญ่แบบจิ๋วๆให้ได้เพลินๆกันอีกด้วย นับได้ว่าเป็นตลาดอนุรักษ์ที่ครบทั้งของกินของใช้ การแสดงทางวัฒนธรรม ที่สำคัญราคาย่อมเยาน่าเดินสุดๆไปเลย

พิกัด : วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 15:00 น.

 

 

4. ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

ตลาดน้ำเก่าแก่แห่งแรกของจังหวัดราชบุรีรวมทั้งของประเทศไทยด้วยนะคะ นับๆดูแล้วนี่ก็มีมาหลายสิบปี ก่อนที่จะมีตลาดน้ำดำเนินสะดวกด้วยซ้ำ มีอยู่ช่วงนึงที่ตลาดแห่งนี้ซบเซาไปเพิ่งจะกลับมาบูมอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยความพลุกพล่านจะไม่เท่าตลาดน้ำดำเนินสะดวกนะคะ ออกจะมีความเรียลๆบรรยากาศชิลกว่า นักท่องเที่ยวแน่นเท่าแต่ของขายก็ใช้ได้เลยค่ะ มีทั้งพายเรือมาขายและบนบกก็มีร้านพอให้ได้นั่งกันกรุบกริบๆ แต่ที่ทำให้ตลาดนี้มีเสน่ห์ก็ตรงมันมีความเป็นวิถีชีวิตจริงๆมากกว่าแค่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว แบบว่านั่งจิบกาแฟโบราณ ทานอของอร่อยพร้อมมองวิวทิวทัศน์ริมน้ำท่ามกลางบรรยากาศสบายๆฟินไปอีกแบบดีค่ะ

พิกัด : บริเวณปากคลองลัดพลี ติดกับตลาดน้ำดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 16:00 น.

 

 

5. ตลาดน้ำดำเนินสะดวก

ตลาดสุดฮิตของราชบุรีที่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักที่ดังไกลระดับโลก ยิ่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ขาดสายทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาหารคาวหวานที่มีให้เลือกละลานตาพายเรือกันมาให้เลือกไม่ขาดสาย ใครชอบผลไม้สดๆหวานๆโดยเฉพาะมะม่วงนี่เด็ดจากสวนส่งตรงมาขายเองเลยนะคะ ราคาเลยจะเบากว่าซื้อที่อื่นๆแถมยังสดเว่อร์ๆ ถ้าจะให้อินสุดๆต้องลองล่องเรือชมตลาด เพราะนอกจากจะได้ชมบ้านเรือนริมน้ำและวิถีชีวิตชาวบ้านแถบนี้แล้วนั้น ระหว่างทางก็ยังแวะเรียกเรือขายนั่นนี่โน้นได้ตลอดๆ ถือได้ว่าเป็นตลาดน้ำปังจริงจังมาราชบุรีทั้งทีไม่มาไม่ได้แล้วล่ะค่ะ

พิกัด : บริเวณปากคลองลัดพลี อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 13:00 น.

 

 

6. ไร่องุ่นภูผา

ไร่แห่งนี้เค้ามีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่าไร่องุ่นปัญญาสวรรค์ ตัวพื้นที่ตั้งของไร่องุ่นรายล้อมด้วยเทือกเขาแห่งสวนผึ้งที่ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชมกัน ซึ่งไม่เพียงได้มาชมองุ่นสดๆพวกโตเท่านั้นนะคะ เค้ายังจะมีการได้ชมไร่รอบๆพร้อมชมการการปลูก การเก็บ แถมเรายังจะได้เก็บองุ่นสดๆด้วยตัวเองอีกด้วยนะคะ ช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์นี่น่าเที่ยวสุดและอากาศยังดีงามเหมาะกับการจิบกาแฟร้อนๆในถ้วยไม้ไผ่พร้อมๆกับชมวิวงามๆของไร่องุ่น ถ้าแค่ชมกับชิมยังไม่จุใจเค้ายังจะมีองุ่นสดๆจากไร่ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์องุ่นแปรรูปอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำองุ่น ไอศกรีมองุ่น องุ่นแห้ง และไวน์องุ่น  ให้ได้ซื้อหาติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนทางบ้านด้วยล่ะค่ะ

พิกัด : ใกล้กับสวนผึ้งออร์คิด อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 6:00 – 18:00 น.

 

 

7. Coro Field

ฟาร์มเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่มีความชิคสูงมาก  การออกแบบตกแต่งมีความโมเดิร์นที่เน้นเรียบแต่โก้ มาแล้วรู้สึกสดชื่นสุดๆ และเน้นไปที่การจัดการฟาร์มสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้เทคโนโลยีในปลูก ดูแล และการพัฒนาสายพันธ์ของเมล่อน โซนแรกเลยจะเป็น Coro House ที่จะให้เราได้เข้าไปดูเมล่อนภายใต้การปลูกแบบเทคโนโลยีเต็มขั้น ซึ่งจุดนี้เค้าจะต้องมีการแปลงร่างกันนิดนึ่งก่อนเข้านะคะ แต่บอกเลยว่าเข้าไปแล้วคุ้มเนื่องจากไม่ได้ให้เราเดินชมแบบธรรมดาเค้ามีการจัดวิทยากรให้ความรู้ไปขณะชมอีกด้วย ถัดมาเป็นโซน Coro Garden จัดเต็มมาเลยกับเหล่าพืชผักนานชนิดที่ปลูกแบบออแกนิก จุดนี้มีกิจกรรมปลูกผักด้วยมือเราให้สนุกกันกรุบกริบๆ ต่อมาที่โซน Coro Me อันนี้ชอบกิจกรรมเค้ามาก เพราะเราจะได้จัดสวนเล็กๆสไตล์ตัวเองทั้งแบบทั่วๆไปแบบสวนในโหลแก้ว ศิลปะมีเท่าไหร่ใส่ให้หนักค่ะจุดนี้ ถ้าเหนื่อยหิวกับการเดินชมนั่นนี่มาแล้วล่ะก็ มาเติมกระเพาะให้เต็มกันที่ Coro Cafe มันไม่ใช่แค่เป็นคาเฟ่ธรรมดานะคะ ด้วยความที่ที่นี่เป็นฟาร์มเมล่อนดังนั้นเมนูเมล่อนมากันเพียบทั้งคาว หวาน ซึ่งผักทั้งหมดก็มาจากสวนออแกนิกภายในฟาร์มนี่เองค่ะ เมนูแนะนำก็จะเป็น มุราซากิทอดสามฤดู เอาง่ายก็มันม่วงทอดสไตล์เฟรนฟรายชิ้นหนาๆ กรอบนอกนุ่มใน มีดิปให้จิ้มถึงสามรสชาติ กลิ่นมันหอมมันม่วงอ่อนๆทานเพลินมาก โทมิเมล่อนคัตสึโอะ ถ้าจะพูดง่ายๆก็อารมณ์ทาโกยากิอ่ะค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนแป้งกลมๆเป็นเมล่อนโทมิที่หวานฉ่ำแทน แลดูไม่น่าจะเข้ากันใช่มั้ยคะ บอกเลยว่าคิดผิดถนัดไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าเมล่อนสดๆนี่จะเข้ากับปลาแห้งและซอสเฉยเลย คาวไปแล้วหวานบ้างขนมปังเมล่อน+ไอศกรีมโยเกิร์ต ชอบตรงขนมปังหอมเมล่อนอ่อนๆที่กรอบนอกนุ่มในแล้วยังจะมีไส้ครีมเมล่อนให้ได้ฟินกันอีก พอทานพร้อมไอศกรีมโยเกิร์ตหวานอมเปรี้ยวเย็นๆอร่อยอย่างแรง ถ้าติดใจเมล่อนหรืออยากหาของฝากก็ยังมีโซนร้านค้าให้ได้ช็อปกันด้วยนะคะ ใครที่เลิฟๆเมล่อนและอยากอินไปกับสไตล์ฟาร์มเก๋ๆต้องมาโดนให้ได้เชียวค่ะ

พิกัด : ถนนราชบุรี-ผาปก ทางไปสวนผึ้ง ใกล้กับโรงพยาบาลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น. และวันเสาร์ –อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 19:00 น.

 

 

8. สวนผึ้ง ไฮแลนด์

สวนที่จะทำให้คุณหรรษากันทั้งครอบครัว ไม่เพียงจะมีความร่นรื่นสดชื่นที่เข้ามาปุ๊บได้รับปั๊บแล้วเท่านั้น ยังจะมีเจ้ายีราฟและม้าแคระสุดน่ารักคอยรอให้เราไปป้อนอาหารกันด้วยล่ะค่ะ ที่นี่เค้าอารมณ์ฟาร์มเบาๆเพราะมีทั้งสวนดอกไม้ แปลงผักอินทรีย์ และเล้าแม่ไก่อารมณ์ดีไว้ให้เดินชมกันเบาๆ จะปั่นจักรยานชมรอบๆก็ยังได้ หรือถ้าอยากได้กิจกรรมแบบท้าทายนิดๆต้องลองมาฐานซิปไลน์ดูอันนี้ทั้งผจญภัยทั้งได้ชมวิวมุสูงสวยๆอีกต่างหาก ไฮไลท์เด็ดก็คือเจ้ายีราฟคอยาวแสนรู้ที่น่ารักน่าเอ็นดูมากเว่อร์ บางตัวนี่รู้งานมากมายอาหารถึงจะได้ยลโฉมนางระยะประชิด อีกทั้งถ้าอยากขอมานั่งชิลจิบกาแฟก็มาได้ที่ยีราฟคาเฟ่ที่เครื่องดื่มขนมหวานหน้าตาน่ารักๆพร้อมเสิร์ฟ นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ล่ามาแรงแห่งสวนผึ้งที่ต้องมาปักหมุดด่วนๆเลยค่า

พิกัด : ถนนราชบุรี- ผาปก (หมายเลข 3087) ก่อนถึงบ้านเทียนหอม อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 -18:00 น.

 

 

9. The Scenery Vintage Farm

ฟาร์มแกะสไตล์วินเทจๆบรรยากาศแบบหมูบ้านอังกฤษชนบทเบาๆ มาแล้วจะได้สัมผัสถึงความเขียวขจีที่แวดล้อมไปด้วยเทือกเขา ยิ่งช่วงปลายๆปีอากาศดีมากเว่อร์ นอกจากจะมีเจ้าแกะน้อยให้หลายให้ได้ให้อาหาร เค้ายังจะมีกิจกรรมสนุกๆให้ได้ใช้เวลาในครอบครัวอีกหลายอย่างด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เกมส์ง่ายๆแบบบ้านๆอย่างปาโป่ง ทุบแกะลงลัง ขี่ม้า ยิงธนู และยังสามารถขึ้นชิงช้าสวรรค์ไปชมวิวทิวทัศน์มุมสูงได้ด้วยล่ะค่ะ

พิกัด : ถนนทางหลวงหมายเลข 3087 ไปทางสวนผึ้ง ใกล้กับที่ว่าการอำเภอสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:00 น. วันเสาร์ –อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 18:30 น.

 

 

10. สวนผึ้ง สวนบอนไซ วิลเลจ

สวนบอนไซที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยความที่เค้ามีการตกแต่งแบบญี่ปุ่นผสมผสานกับสไตล์จีนอย่างลงตัว ด้วยฝีมืออาออกแบบของนักออกแบบสวยที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ บอนไซของที่สวนแห่งนี้มีมากกว่า 3,000 ต้น บางต้นที่ก็มีอายุมากลำต้นใหญ่อายุกว่า 100 ปีก็มีนะคะ พอถูกจัดแต่งอย่างมีสไตล์พาให้มองแล้วแลดูอาร์ตๆเข้าไปอีก แถมด้วยพื้นที่กว้างขางที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาและลำธารทำให้อากาศดีงามตลอดทั้งปี ถ้าใครติดใจบรรยากาศอยากนอนชมสวนเค้าก็มีที่พักสไตล์ญี่ปุ่นๆให้ได้อินต่อกันยาวๆทั้งคืน หรืออยากจะมาจิบอะไรเบาๆเค้าก็มีคาเฟ่ให้ได้ชิลกันนะคะ เรียกได้ว่ามาแล้วเต็มอิ่มเรื่องสวนบอนไซยาวๆกันไปเลยค่ะ

พิกัด : ใกล้กับวัดสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันจันทร์ – อาทิตย์

 

 

11. Alpaca Hill

ฟาร์มที่จะทำให้คนรักอัลปาก้าต้องใจละลาย งานนี้เค้าจัดหนักจัดเต็มแบบอัลปาป้าเน้นๆให้ฟินกับเจ้าขนฟูคอยาวหน้ามึน ซึ่งที่นี่เค้ายังเป็นฟาร์มเพาะพันธ์อัลปาป้าแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยด้วยนะคะ ที่นี่เค้าจะไม่ได้ให้สัตว์อยู่ในกรงในคอกนะคะ แต่เค้าจะเป็นแบบเราสามารถเข้าไปหาเหล่าน้องๆระยะประชิดได้เลยสบายๆ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง มันให้ความรู้เรียลมากแบบที่ไม่เคยได้ใกล้ชิดขนาดนี้จากที่อื่นมาก่อนไม่เพียงแค่เจ้าอัลปาป้าแต่ยังมีเหล่าผองเพื่อนมากันแบบเต็มฟาร์มทั้ง แพรี่ด็อก วอลลาบี้ กระต่ายยักษ์ และสัตว์น่ารักๆอีกหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ก็ยังกิจกรรมและโซนต่างๆให้ได้ร่วมสนุกพร้อมถ่ายรูปกันรัวๆ เมื่อก่อนอาจจะต้องเข้าไปจองที่เว็บไซต์ล่วงหน้าก่อน แต่เดี๋ยวนี้เค้าเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมให้มากขึ้นแล้วนะคะ สามารถ Walk-in เข้าไปได้เลย หรือถ้าเอาชัวร์ได้ตั๋วเร็วคนมาเยอะก็สามารถจองได้ทางเว็บไซต์ได้เลยค่ะ โดยเค้าจะมีหลากหลายแพ็คเก็จเริ่มตั้งแต่ราคา 290 บาท แต่บอกเลยว่าสัตว์มีให้ชมเยอะมาก บางทียังได้เก็บไข่ไก่ เห็ด พริก และใบชาได้กลับบ้านอีกต่างหาก รักน้องจริงอย่าลืมมาหาน้องๆนะคะ จากที่หลงรักอยู่แล้วได้หลงอยู่ในวังวนรักเจ้าอัลปาป้าแบบถอนตัวไม่ขึ้นแน่ๆพิกัด

พิกัด : ถนนผาปก – ตะโกล่าง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9:30 – 17:00 น. วันศุกร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 -18:00 น. เฉพาะวันศุกร์ – อาทิตย์ มี Night Safari เปิดตั้งแต่เวลา 18:30 – 22:00 น.

 

 

12. ณ สัทธา อุทยานไทย

แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นไทยทุกสิ่งที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายในมีการส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม พระพุทธศาสนา และประวัติศาสตร์ ชอบความเก๋ในการออกแบบที่แหวกแนวไม่ได้เป็นแบบดั้งเดิมซะทีเดียว สถาปัตยกรรมมีความโมเดิร์นทันสมัยแต่ก็ยังมีกลิ่นอายคความเป็นไทยหลงเหลืออยู่ จุดที่ไม่มาไม่ได้เลยยกให้วิหารสมัยสุโขทัย ในโซน ณ สัทธาปฏิมา แม้จะเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับศาสนาเหมือนกันแต่เค้าทำให้กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและว้าวไปเลยค่ะ เนื่องจากมีการใช้เทคนิคแสง สี เสียง มาเต็ม ทำให้ขนาดเด็กยังละสายตาไปไม่ได้เชียวค่ะ รวมทั้งยังมีโซนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กันที่ไม่ว่าจะเป็น ห้องจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งบุคคลสำคัญและพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วเมืองไทยที่เหมือนมากๆมีให้ชมถึง 2 ชั้นมากกว่า 60 รูป  อนุสาวรีย์พระบรมรูปจำลองบูรพมหากษัตริย์ผู้ซึ่งกอบกู้ประเทศไทย ถ้ำจำลองที่จัดแสดงเรื่องราวขององคุลีมาล บ้านเรือนไทยสี่ภาค และอื่นๆอีกมากมาย แถมเค้ายังจะมีชุดไทยงามๆให้ได้เช่าชุดใส่ให้อินขึ้นไปอีกด้วยล่ะค่ะ เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวได้เกือบทั้งวันค่ะงานนี้

พิกัด : ใกล้กับวัดหลวงประมาณ 350 เมตร อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 -16:30 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น.

 

 

13. วัดถ้ำสาริกา

วัดดังแห่งโพธารามที่เป็นที่รู้จักและนับถือของคนแถบนี้ โดยจะเป็นวัดที่มีความธรรมชาติสูงมากเลยค่ะ ภายในมีถ้ำสาลิกาที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราแล้วนะคะ เมื่อก่อนชื่อถ้ำตีเหล็กเพราะเคยเป็นสถานที่สำหรับตีเหล็กของชาวบ้านสมัยนั้นหลังๆมาถึงได้มีการเปลี่ยนมาเป็นถ้ำสาริกาอย่างในปัจจุบัน เราสามารถขึ้นบันไดไปสำรวจถ้ำพร้อมสักการะพระสังกระจาย และพระสีวรีที่ประดิษฐานอยู่ด้านในได้อีกด้วย มันพีคจะอยู่ตรงช่วงขึ้นไปถ้ำนี่แหล่ะค่ะ จริงอยู่ที่ไม่ได้สูงมากมายอะไร แต่ใส่รองเท้ารัดกุมหน่อยก็ดีนะคะ อีกทั้งระหว่างทางยังจะเห็นเหล่าลิงน้อยที่จะคอยเดินมาทักทายอยู่ตลอดๆ นับว่าเป็นวัดบรรยากาศสงบเหมาะกับการแวะพักที่นึงเลยล่ะค่ะ

พิกัด : ถนนหมายเลข 3089 ใกล้กับท่าอากาศยานโพธาราม อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 -17:00 น.

 

 

14. วัดถ้ำน้ำ

อีกหนึ่งวัดถ้ำที่โดดเด่นมากมาย แม้จะเป็นวัดถ้ำที่ฟังแล้วรู้สึกจะเหมือนทั่วๆไป แต่จริงๆแล้วไม่เลยค่ะ เพราะวัดถ้ำแห่งนี้เค้าจะมีน้ำอยู่เกือบเต็มพื้นที่ทั้งหมด พอสร้างทางเดินแล้วเรียกว่าตลอดสองฝั่งทางจะเป็นน้ำล้วนๆ แล้วไม่ใช่แค่น้ำนะคะปลาก็มานะเออ อากาศนี่ไม่ต้องห่วงเย็นตลอดทั้งปี เราสามารถจุดเทียนบูชาโดยการจุดแล้วลอยน้ำซึ่งก็แปลกไปอีกแบบ นับว่าเป็นวัดอเมซิ่งแห่งโพธารามเลยก็ว่าได้ค่ะ

พิกัด : ถนนหมายเลข 3089 ใกล้กับวัดถ้ำสาลิกา อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 -17:00 น.

 

 

15. วัดเขาช่องพราน

ถือว่าเป็นวัดที่รวมหลายอย่างไว้ด้วยกัน มีทั้งถ้ำพระนอนที่คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือสุโขทัย ถ้ำค้างคาวอันเป็นที่อาศัยของเหล่าค้างคาวหนูจำนวนหลายล้านตัว และยังสามารถขึ้นไปด้านบนยอดเขาเพื่อไปชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแบบพาโนราม่าได้อีกต่างหาก ถ้ามาช่วงบ่ายๆเย็นๆยังจะมีไฮไลท์นั่นคือฝูงค้างคาวจำนวนมากที่พากันบินเป็นทางยาวมากๆ แถมบางวันยังจะมีตลาดนัดตอนเย็นได้เลือกซื้อหาของทานเล่นกันเบาๆด้วยล่ะค่ะ ทั้งหมดทั้งมวลจึงทำให้วัดแห่งนี้กลายมาเป็นจุกปักหมุดน่าเที่ยวประจำจังหวัดราชบุรีนี่เองค่ะ

พิกัด : ถนนทางหลวงหมายเลข 3089 ใกล้ตัวอำเภอโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30 – 20:00 น. (ช่วงเวลามาชมฝูงค้างคาวดีที่สุดเริ่ม 17:00 น. ส่วนการขึ้นเขาไปชมวิวหรือพระอาทิตย์ตกดีที่สุดระหว่าง 17:30 – 18:30 น.)

 

 

16. เถ้าฮงไถ่ โรงงานเซรามิค

แลนด์มาร์กสุดจี๊ดจ๊าดของเมืองราชบุรีที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของเซรามิค  จริงๆแล้วโรงงานเซรามิค เถ้า ฮง ไถ่แห่งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโอ่งมังกรอันแสนโด่งดังของราชบุรีเชียวนะคะ โดยได้ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปีแล้ว แต่ด้วยหลังอะไรๆก็เปลี่ยนไปเค้าเลยหันมาจับงานเซรามิครูปแบบอื่นๆมากยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็นผลงานเซรามิคเก๋ๆมากมายหลายสิ่ง ซึ่งแต่ละอันนอกจากจะมีความโมเดิร์น เหมาะกับการใช้งาน เค้ายังมีการผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัย ทำให้งานที่ออกมายุคหลังๆจะมีความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อยู่มาก ตัวโรงงานเค้าจึงมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวที่สนใจได้เข้ามาชมกัน ภายในมีทั้งมุมถ่ายรูปเริ่ดๆ การแสดงกรรมวิธีการผลิตเครื่องปั้น การเพ้นท์ลายแบบสดๆ ไปจนถึงนิทรรศการงานศิลปะที่จะหมุนเวียนสลับให้ดูตลอดทั้งปี หากเหนื่อยเมื่อยจากการเดินก็ยังมีคาเฟ่ไว้ให้แวะนั่งพักชิลๆอีกด้วย

พิกัด : ถนนเจดีย์หัก ใกล้กับแยกเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 น.

 

 

17. เดอะบลูมส์ ออร์คิดปาร์ค

สวรรค์ของคนรักกล้วยไม้ที่มาแล้วจะรักกล้วยไม้ขึ้นไปอีก การัยตีความดีงามด้วยการถูกยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวดีเด่นของ ททท. เค้าไม่ได้จัดแบบกล้วยไม้ล้วนๆนะคะ จะเป็นแนวการจัดสวนด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธ์แล้วมีการประดับตกแต่งกล้วยไม้หลากสีสันอย่างกลมกลืนซะมากกว่า แถมยังมีการแซมน้ำตกเบาๆทำให้ร่มรื่นชื่นบานมีความป่าแซมๆ เดินเข้ามาแล้วจะได้ยลความงดงามของกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ ยังไม่หมดค่ะแค่กล้วยไม้อย่างเดียวไม่พอช่วงปลายๆปีนี่ยังมีทุ่งคอสมอสบานสะพรั่งให้ถ่ายรูปรัวๆอีกต่างหาก

พิกัด : ถนนเลียบคลองชลประทาน อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตกฤษ์ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 17:30 น.

 

 

18. อุทยานหินเขางู

นับเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของราชบุรีที่ถ่ายรูปสวยเว่อร์วัง ดูได้จากนักท่องเที่ยวเพียบแถมยังเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับถ่ายรูปพรีเวดดิ้งและรับปริญญา ด้วยความที่เมื่อก่อนเขางูเคยเป็นแหล่งระเบิดหินที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของไทย แต่หลังมามีการยกเลิกทำให้ร้างไปพักนึง จนภายหลังได้มีการพัฒนาให้กลายเป็นสวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวสุดปังอย่างในปัจจุบันนี่เองค่ะ ภายในมีเส้นทางให้เดินชมวิวไปตลอดทาง ใครอยากหากิจกรรมทำพอกรุบกริบก็สามารถไปปั่นเรือกินลมชมวิวได้นะคะ ใครขยันๆเดินหน่อยก็สามารถเดินไปชมถ้ำหรือพระพุทธรูปที่สลักหินที่ฝาผนังถ้ำอยู่หลายองค์ได้ ช่วงที่น่ามาที่สุดก็บ่ายๆเย็นๆอากาศกำลังดีไม่ร้อนแดดไม่แรง เหมาะแก่การเดินเล่นอย่างยิ่งอีกทั้งยังถ่ายรูปสวยๆมากด้วยล่ะค่ะ

พิกัด : ถนนทางหลวงหมายเลข 3089  เส้นทางไปทางวัดหนองหอย  อำเภอเมือง ขังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

 

 

19. บ้านหอมเทียน

บ้านที่เต็มไปด้วยเทียนหลากชนิด หลากสีสัน ที่เรียงรายกันอย่างงดงาม ความพีคอยู่ที่ช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟคือโรแมนติกสุดๆ มากลางวันก็ได้ไปอีกอารมณ์ซึ่งก็ดีงามไม่แพ้กันค่ะ ด้านในเค้าจะมีการตกแต่งสไตล์วินเทจเก๋ๆที่แลดูสวยและกลมกลืมไปกับธรรมชาติที่รายล้อมอย่างพอดีเป๊ะ อีกทั้งเค้ายังมีกิจกรรมทำเทียนแฮนด์เมดแบบแฟนซีให้ได้ลองทำด้วยอ่ะค่ะ พร้อมชมวิวทิวเขาตะนาวศรียาวๆไปจิบกาแฟไป เรียกได้ว่าสวยทั้งการตัวบ้านเองไปจนถึงวิวดีมาที่เดียวได้หลายสิ่งจริงๆค่ะ

พิกัด :  ริมถนนจอมบึง – สวนผึ้ง หลักกิโลเมตรที่ 33 อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 19:00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 20:30 น.

 

 

20. ปางช้างเผือกดำเนินสะดวก

มาดูช้างแบบธรรมดาโลกไม่จำ อยากสัมผัสประสบการณ์ใหญ่ของการขี่ช้างต้องมาที่นี่ค่ะ เพราะเค้ามีกิจกรรมนั่งช้างชมสวนมะพร้าว ที่จะได้เพลินไปกับการนั่งช้างพร้อมชมบรรยากาศชมสวนแบบบุกตะลุยเบาๆ แต่ถ้าอยากชมความน่ารักของเหล่าสัตว์เค้าก็มีการแสดงน่ารักๆของช้างแสนรู้กับลิงจ๋อมาให้ชมกันนะคะ อยากตะลุยอีกนิดก็มีรถ ATV ให้ผจญภัยกันอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นมากกว่าแค่การชมช้าง บอกเลยว่าลองแล้วจะติดใจเชียวค่ะ

พิกัด : ใกล้กับตลาดน้ำดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 17:00 น.

 

 

21. ธารน้ำร้อนบ่อคลึง

อยากแช่บ่อน้ำร้อนแต่ที่ดังๆก็ไกลเกินไป ใครจะรู้ว่าราชบุรีเค้าก็มีน้ำร้อนให้แช่ด้วยนะเออ โดยเป็นธารน้ำร้อนที่นับว่าใกล้กับกรุงเทพมากที่สุดแล้วก็ว่าได้นะคะ ซึ่งจะเป็นบ่อน้ำร้อยสไตล์ไทยๆราคาย่อมเยาที่มีบ่อน้ำร้อนให้ลงแช่ได้ 3 แบบ ได้แก่ สระดิน เป็นบ่อแบบโอเพ่นท่ามโอบล้อมด้วยธรรมชาติ  สระกระเบื้อง เป็นบ่อแนวไพเวทๆหน่อยมีความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกระดับ อุณหภูมิจะสูงกว่าบ่อแรกนิดนึง แนะนำว่ามือใหม่หัดแช่ควรลองบ่อแรกก่อนนะคะ มันอาจจะเหมือนร้อนห่างกันนิดหน่อย แต่เอาจริงๆนี่ร้อนเองเรื่องสำหรับคนไม่เคยเลยล่ะค่ะ สุดท้ายที่บ่อแช่เท้าอันนี้ฟรีค่ะ มีให้แช่กันสองจุด ใครชอบเดินสามารถลองเดินไปชมธารน้ำร้อนได้นะคะ เดนไปไม่ไกลจากจุดแช่ต่างๆ ยิ่งเช้าๆถ่ายรูปสวยอย่างแรง

พิกัด : ถนนทางหลวงหมายเลข 4068 ใกล้กับสถานีอนามัยบ้านห้วยผาก อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

เวลาทำการ : วันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8:00 -17:00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8:00 – 18:00 น.

 

Exit mobile version